คนไทยเสี่ยงสมองเสื่อม เหตุฝากความจำที่มือถือเครื่องคิดเลข

คนไทยเสี่ยงสมองเสื่อม เหตุฝากความจำที่มือถือเครื่องคิดเลข

สธ. เผยคนไทยเสี่ยงสมองเสื่อม เหตุเพราะฝากความจำไว้กับหน่วยความจำมือถือและเครื่องคิดเลข ประมาณการณ์ว่า ในปี พ.ศ.2563 ไทยอาจมีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมถึง 1.3 ล้านคน โดยโรคนี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายและพบในเขตชนบทมากกว่าในเมือง

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับร่วมกับมูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือทีเซลส์ (tcels) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเตรียมจัดงาน”สร้างสรรค์สังคมไทยห่างไกลอัลไซเมอร์ ครั้งที่ 5″ ในวันที่ 15 ก.พ.56 ที่สวนสุขภาพ ในกระทรวงสาธารณสุขเพื่อรณรงค์กระตุ้นให้สังคมไทยรู้จักโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุและรู้จักโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นโรคสมองเสื่อมที่เกิดจากสมองฝ่อพบในคนไทย 30% เพื่อร่วมมือกันแก้ไขป้องกันหรือชะลอการป่วยเป็นโรคนี้ เนื่องจากไทยจะมีผู้สูงอายุมากขึ้นในอนาคต

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกพบผู้สูงอายุเป็นโรคสมองเสื่อมไม่น้อยกว่า 25 ล้านคน และอาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 5 ล้านคนต่อปี ซึ่งโรคนี้เป็นกลุ่มอาการที่เซลล์ประสาทเสื่อม สูญเสียหน้าที่การทำงานอย่างเรื้อรังอายุยิ่งมากยิ่งพบมาก ทำให้ความจำเสื่อม มีพฤติกรรมและบุคลิกเปลี่ยนไปจากเดิม ผลการสำรวจสุขภาพผู้สูงอายุไทยโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ล่าสุดใน พ.ศ.2551-2552 พบผู้สูงอายุมีความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อม 12% และข้อมูลจากสถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (nih) ได้ประมาณการณ์ว่า ในปี พ.ศ. 2563 ไทยอาจมีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมถึง 1.3 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุโดยรวมของประเทศ

โดยโรคนี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายและพบในเขตชนบทมากกว่าในเมือง สาเหตุใหญ่ในไทยพบว่าประมาณ 60% สัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดสมอง เช่นหลอดเลือดแข็ง ตีบ ตัน ทำเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ส่วนที่เหลือนั้นมักเป็นโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อมจากสาเหตุอื่นๆ เช่นภาวะการทำงานของต่อมไธรอยด์ผิดปกติ เป็นต้น ทำให้เกิดปัญหาทั้งตัวของผู้สูงอายุและผู้ดูแล เพราะทำให้เกิดความเครียด ความกังวล คุณภาพชีวิตที่ลดลง และมีผลถึงสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย

“ที่น่าเป็นห่วงคือ ในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคที่มีความเจริญของเครื่องมือเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างในชิ้นเดียว อาจทำให้เกิดผลเสียที่คาดไม่ถึงและไม่รู้ตัว โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือเพื่อช่วยจำ ช่วยคิดแทนการใช้สมอง ที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน เช่นบันทึกเบอร์โทรศัพท์ในมือถือ ร้องเพลงตามคาราโอเกะ ใช้เครื่องคิดเลขในโทรศัพท์หรือเครื่องคิดเลขคิดแทนการใช้สมองคำนวณ โดยเฉพาะใช้ตั้งแต่วัยเด็ก มีผลทำให้สมองขาดการใช้งาน เซลล์ประสาทขาดการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดปัญหาเสื่อมตามมา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า สมองเป็นสนิม อาจทำให้เกิดโรคความจำเสื่อมได้เร็วขึ้น จึงต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้ถูกต้อง” นายแพทย์ชลน่าน กล่าว

Comments are closed.