รมว.สธ. ให้ อภ. สร้างความมั่นคงด้านยาของประเทศ

รมว.สธ. ให้ อภ. สร้างความมั่นคงด้านยาของประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบนโยบายให้องค์การเภสัชกรรม ร่วมกับภาคเอกชน สร้างความมั่นคงด้านยาของประเทศ เติบโตไปด้วยกัน ประชาชนไทยเข้าถึงยาที่มีคุณภาพ

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหาร ตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานขององค์การเภสัชกรรม 5 เรื่อง ได้แก่ 1.ความมั่นคงทางยา ต้องมียาใช้เพียงพอ ไม่แข่งขันกับเอกชน และเติบโตไปด้วยกัน ร่วมมือกันสร้างการเข้าถึงยาของประชาชน 2.คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม ต้องมีความรู้ความสามารถด้านธุรกิจ 3.สนองนโยบายรัฐบาล เรื่องการส่งเสริมสมุนไพรไทย 4.มีธรรมาภิบาล ดำเนินการด้วยความโปร่งใส และ5.ดูแลผู้ปฏิบัติงานให้มีความสุข เพื่อให้องค์การเภสัชกรรมผลิตยาดี มีคุณภาพ ประชาชนเข้าถึงยาในราคาคุ้มค่าเป็นธรรม เป็นที่เชื่อถือของประชาชน

“4 ปีที่ผ่านมาเห็นความก้าวหน้าขององค์การเภสัชกรรม ทั้งด้านเทคโนโลยี วิสัยทัศน์ การพัฒนาคน ความโปร่งใส ที่จะมอบนโยบายในวันนี้คือ ขอให้สร้างความมั่นคงทางด้านยาเพื่อประชาชน จะทำให้ประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ต้องทำงานเชิงรุก และยอมรับสิ่งใหม่ๆ ด้วย เพื่อให้เท่าเทียมกับองค์กรด้านนี้ของต่างประเทศ” ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าว

ด้าน นายแพทย์โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาที่จำเป็นในระบบสาธารณสุขอย่างทั่วถึง การผลิตและจัดหายาเชิงสังคมที่มีความจำเป็น เช่น ยากำพร้า ยาขาดแคลน ยาที่มีการใช้น้อยแต่จำเป็น ให้มีรายการมากขึ้น ขับเคลื่อนองค์การเภสัชกรรม 4.0 โดยวิจัย พัฒนา และผลิต ผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด Smart Industry, Smart Office, Smart Marketing และ Smart Human Resource และเปลี่ยนผ่านไปสู่องค์กรที่มีการนำระบบดิจิตัล และBig Data มาใช้ในการดำเนินงานให้มากขึ้น รวมทั้งผลักดันแผนงาน/โครงการที่สำคัญในอนาคตให้สำเร็จ ได้แก่ โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนกตามมาตรฐาน WHO-GMP ที่จ.สระบุรี ซึ่งการก่อสร้างโรงงานแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการทำสอบระบบต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ส่วนการวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ อยู่ระหว่างการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 3 จะเสร็จในปี 2561 คาดว่าจะขึ้นทะเบียน อย.ได้ในปี 2563

Comments are closed.